ข้ามไปเนื้อหาหลักPRODUCTS
จ-ศ 8:30-17:30

สาย VCT คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน และควรเลือกอย่างไร ?

20 มกราคม 2569NYX Cable Teamอ่าน ~3 นาที
ความรู้สายไฟ

div div div div div blockquote p สรุปเนื้อหา p p สาย VCT คือ สายไฟฟ้าทองแดงเส้นฝอยละเอียดหุ้มฉนวนพีวีซี ที่โดดเด่นด้ว...

สรุปเนื้อหา

สาย VCT คือ สายไฟฟ้าทองแดงเส้นฝอยละเอียดหุ้มฉนวนพีวีซี ที่โดดเด่นด้วยความอ่อนตัวสูงและความทนทานต่อแรงสั่นสะเทือน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานเดินสายเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายโดยเฉพาะ มีจำนวนคอร์ตั้งแต่ 1-5 คอร์ และขนาดตัวนำตั้งแต่ 0.5-35 sq.mm ทนแรงดันไฟฟ้าได้ 450/750V ทนอุณหภูมิได้ 70 องศา การเลือกใช้งานที่ถูกต้องโดยพิจารณาจากขนาดหน้าตัดที่สอดคล้องกับพิกัดกระแสและมาตรฐาน มอก. จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยยกระดับความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากความร้อนสะสม และช่วยให้ระบบไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยาวนาน

Table of Content

สาย VCT คืออะไร ?

โครงสร้างและมาตรฐานของสาย VCT

จุดเด่นของสาย VCT เมื่อเทียบกับสายไฟทั่วไป

สาย VCT ใช้กับงานประเภทไหนบ้าง ?

วิธีเลือกสาย VCT ให้เหมาะกับงาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสาย VCT (FAQs)

เมื่อสภาพหน้างานจริงเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งแรงสั่นสะเทือนจากมอเตอร์ การลากถูไปกับพื้นผิวขรุขระ หรือแม้แต่ละอองน้ำมันในโรงงานอุตสาหกรรม การเลือกใช้สายไฟจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะความผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจนำไปสู่ความเสียหายระดับวิกฤตได้ ด้วยเหตุนี้ สำหรับวิศวกรไฟฟ้ามืออาชีพ “สาย VCT” จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น “มาตรฐานบังคับ” สำหรับจุดต่อที่ต้องการความยืดหยุ่น  และความเหนียวทนทานเป็นพิเศษ บทความนี้จึงจะพาคุณไปทำความรู้จักว่าสาย VCT คืออะไรให้ครบทุกมิติ ตั้งแต่โครงสร้าง มาตรฐาน การใช้งานจริง ข้อดีเมื่อเทียบกับสายไฟประเภทอื่น รวมถึงวิธีเลือกให้เหมาะสมกับระบบไฟฟ้าแต่ละรูปแบบ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าสายไฟที่เลือกจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยในระยะยาวที่สุด

สาย VCT คืออะไร ?

VCT ย่อมาจากคำว่า Vinyl Cabtyre Cable หรือในเอกสารทางเทคนิคเก่า ๆ อาจพบคำว่า Vinyl Coated Tough Cable ซึ่งบ่งบอกถึงคุณลักษณะเด่นเรื่องความทนทานของเปลือกหุ้ม ดังนั้น นิยามทางเทคนิคของสาย VCT ก็คือสายไฟฟ้าทองแดงหุ้มฉนวนพีวีซี (PVC) ที่มีตัวนำเป็นแบบ “สายฝอย” หรือ “สายอ่อน” ซึ่งผ่านกระบวนการอบอ่อน ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถดัดโค้งงอได้ดีกว่าสายแกนเดี่ยวแข็ง หรือสายตีเกลียวหยาบทั่วไป

หน้าตัดของสายไฟแต่ละคอร์เป็นวงกลม หุ้มด้วยเปลือกนอกที่ทำจาก PVC อีกชั้นหนึ่ง ทำให้ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี โดยมาตรฐานปัจจุบันของสาย VCT ในประเทศไทยจะอ้างอิงตาม มอก. 11-2559 เล่ม 101 (ปรับปรุงจาก มอก. 11-2553 เล่ม 101) หรือเรียกอีกชื่อตามมาตรฐานใหม่ว่า สาย 60227 IEC 53

โดยทั่วไป สาย VCT คือสายไฟที่ออกแบบมาให้รองรับแรงดันไฟฟ้าได้ที่ 450/750 V (เดิม 750 V ตามมาตรฐานเก่า มอก. 11-2531) และทนอุณหภูมิที่ตัวนำได้สูงสุด 70°C ซึ่งครอบคลุมการใช้งานในระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำทั่วไปในโรงงานและอาคารพักอาศัย

โครงสร้างและมาตรฐานของสาย VCT

เพื่อให้เข้าใจว่าสาย VCT ทำงานอย่างไร และทำไมถึงมีความยืดหยุ่นและทนทาน เราต้องพิจารณา โครงสร้างภายในที่ออกแบบมาอย่างซับซ้อนกว่าสายไฟทั่วไป ดังนี้

1. ตัวนำ

หัวใจสำคัญของสาย VCT คือการใช้ทองแดงบริสุทธิ์ที่มีค่าความนำไฟฟ้าสูง ตามมาตรฐาน IEC 60228 Class 5 ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นทองแดงฝอยขนาดเล็กจำนวนมากตีเกลียวรวมกัน

ข้อดีเชิงเทคนิค : การใช้สายฝอยจะช่วยลดผลกระทบจากปรากฏการณ์ที่กระแสไฟฟ้าไหลบริเวณผิวของตัวนำในระดับหนึ่ง แต่จุดประสงค์หลักคือเพื่อให้สายมีความอ่อนตัวสูง สามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรได้โดยที่ขั้วต่อไม่หลวม หรือสายไม่ขาดใน อีกทั้งความอ่อนตัวยังช่วยในการเคลื่อนย้ายให้ง่ายขึ้น และตัวสายไม่บิดตัวสะสมเมื่อมีการม้วนเก็บและคลี่ออก

2. ฉนวน

สาย VCT คือสายไฟที่หุ้มตัวนำด้วย Polyvinyl Chloride (PVC) คุณภาพสูง ทำหน้าที่ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหลและลัดวงจร โดยมีการระบุสีของฉนวนเพื่อแยกเฟส ตามมาตรฐาน มอก. ใหม่ ดังนี้

2 แกน : สีน้ำตาล, ฟ้า

3 แกน : สีน้ำตาล, ดำ, เทา

4 แกน : สีน้ำตาล, ดำ, เทา และฟ้า

สายดิน : สีเขียวแถบเหลือง

3. เปลือกนอก

เป็นชั้นนอกสุดที่ทำจาก PVC เช่นเดียวกัน แต่เป็นเกรดที่เน้นความเหนียวและทนทานต่อแรงทางกล มี สีดำ

คุณสมบัติ : เปลือกสีดำช่วยในการป้องกันรังสี UV ได้ดีกว่าสีอื่น (กรณีใช้งานภายนอก) จึงทนต่อการเสียดสี แรงกระแทก และน้ำมันได้ในระดับหนึ่ง ทำให้โครงสร้างสายคงรูปเป็นทรงกลมสวยงาม ไม่บิดเบี้ยวเมื่อถูกดัดโค้ง

4. ค่าพิกัดการใช้งาน

Rated Voltage : 450/750 V จึงสามารถใช้งานกับระบบไฟ 3 เฟส ที่แรงดัน 380V หรือ 400V ในโรงงานอุตสาหกรรมได้สบาย

Rated Temperature : 70°C อุณหภูมิสะสมที่ตัวนำขณะใช้งานต่อเนื่อง

จุดเด่นของสาย VCT เมื่อเทียบกับสายไฟทั่วไป

1. อ่อนตัวสูง

จุดขายหลักของสาย VCT คือความอ่อนตัวสูง ด้วยโครงสร้างตัวนำแบบฝอยละเอียด ทำให้สามารถม้วนเก็บ ดัดโค้งไปตามซอกมุมของเครื่องจักร หรือร้อยผ่านท่อที่มีจุดเลี้ยวเยอะ ๆ ได้ง่ายกว่าสาย NYY ที่แข็งกว่ามาก เหมาะอย่างยิ่งกับงานที่มีการเคลื่อนย้ายบ่อย งานที่สั่นสะเทือน งานที่ต้องการความอ่อนตัว หรือหน้างานที่มีพื้นที่จำกัด

2. เปลือกหนา ทนทาน

คำว่า “Cabtyre” ในชื่อเดิมสื่อถึงความเหนียวคล้ายยางรถยนต์ แม้ปัจจุบันจะเป็น PVC แต่ก็มีความหนาที่ออกแบบมาเพื่อรับแรงกระแทกและแรงเสียดสีได้ดีกว่าสาย VAF หรือ THW ทำให้วางใจได้เมื่อต้องลากสายไปกับพื้นหรือติดตั้งในจุดเสี่ยงต่อการถูกบด ทับ หรือกระแทก

3. รองรับการติดตั้งหลากหลายรูปแบบ

สาย VCT คือสายอเนกประสงค์ สามารถใช้งานได้ตั้งแต่งานภายในตู้คอนโทรล ไปจนถึงงานภาคสนาม งานเกษตร และงานอุตสาหกรรมหนัก

4. เหมาะกับเครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือน

ในโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องจักรมักมีการสั่นสะเทือนขณะทำงาน หากใช้สายแกนแข็ง จุดต่อสายอาจคลายตัวหรือตัวนำทองแดงอาจเกิดความล้าจนหักในได้ สาย VCT คือตัวเลือกที่เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ

สาย VCT ใช้กับงานประเภทไหนบ้าง ?

สำหรับคำถามที่พบบ่อยว่า “สาย VCT ใช้ทำอะไรบ้าง ?” เราต้องดูที่ลักษณะหน้างานเป็นหลัก โดยสามารถสรุปรูปแบบการใช้งานยอดนิยมได้ดังนี้

1. เดินสายบนรางเคเบิล

นิยมใช้เป็นสายเมนหลัก สายเมนย่อย หรือสายป้อนให้กับเครื่องจักร โดยวางพาดบนรางเคเบิลแลดเดอร์ หรือตะแกรงเนื่องจากสายมีน้ำหนักพอสมควรและเปลือกหนา จึงวางพาดได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องฉนวนฉีกขาดจากขอบราง

2. ร้อยท่อเดินลอย / ฝังผนัง / ใต้ฝ้า

สามารถร้อยท่อ PVC หรือท่อเหล็ก IMC/EMT เดินเกาะผนัง หรือฝังในผนังคอนกรีตได้ เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับอาคารที่ต้องการความเรียบร้อยและป้องกันสายไฟจากความเสียหายภายนอก

3. เดินสายเข้าตู้คอนโทรลและเครื่องจักร

สาย VCT คือพระเอกในงานตู้ MDB หรือตู้ Control Panel สำหรับส่วนที่ต้องเชื่อมต่อออกไปยังมอเตอร์ ปั๊มน้ำ หรืออุปกรณ์ภายนอกตู้ ความอ่อนตัวของสายช่วยให้การจัดสายภายในตู้ที่มีพื้นที่จำกัด ทำได้ง่ายขึ้นมากและสวยงาม

4. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เคลื่อนย้ายได้

เช่น ปลั๊กพ่วง งานเวทีคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ สายไฟสำหรับสว่าน เครื่องตัดหญ้า หรือเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ที่ต้องมีการลากสายไปมาตลอดเวลา

วิธีเลือกสาย VCT ให้เหมาะกับงาน

เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและความปลอดภัยตามหลักวิศวกรรมไฟฟ้า ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ก่อนสั่งซื้อ

1. เลือกขนาดหน้าตัด กระแสโหลด และแรงดันตก

การเลือกขนาดสายไฟจากกระแสโหลด

ต้องคำนวณโหลดกระแสไฟฟ้าของอุปกรณ์ที่จะใช้งาน แล้วนำไปเทียบกับตารางพิกัดกระแสของสาย VCT ที่สำคัญต้องดูตารางที่ระบุการติดตั้งแบบกลุ่มหรือในท่อ หากมีการร้อยท่อ เพราะการระบายความร้อนจะลดลง

ข้อแนะนำ : ควรเผื่อขนาดสายให้ใหญ่กว่าพิกัดโหลดอย่างน้อย 25% เพื่อลดความร้อนสะสม

การเลือกขนาดสายไฟจากแรงดันตก

หากต้องเดินสาย VCT ยาวเกิน 20-30 เมตร ให้ระวังเรื่องแรงดันตกทันที

ตามมาตรฐาน วสท. แรงดันตกที่ปลายทาง ไม่ควรเกิน 3-5% ของแรงดันพิกัด (เช่น ไฟ 220V ไม่ควรหายไปเกิน 11V)

การคำนวณแรงดันตก โดยใช้ความยาวสายไฟ และความต้านทานของตัวนำ

หากคำนวณแล้วพบว่าแรงดันตกเกินเกณฑ์ ต้องขยับขนาดสายไฟ (sq.mm.) ให้ใหญ่ขึ้น (แม้ว่าขนาดเดิมจะรับกระแสได้พอดีแล้วก็ตาม) เพื่อลดความต้านทานในสายไฟลง

2. เลือกจำนวนแกนและระบบกราวนด์

2 Cores : สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า 1 เฟส ที่ไม่ต้องใช้สายดิน

3 Cores : สำหรับอุปกรณ์ 1 เฟส ที่ต้องมีสายดิน (L, N, G)

4 Cores : สำหรับระบบไฟ 3 เฟส (L1, L2, L3, N หรือ L1, L2, L3, G ขึ้นอยู่กับการใช้งาน)

VCT-G : แนะนำอย่างยิ่งสำหรับงานติดตั้งถาวร เพื่อความสะดวกและถูกต้องตามมาตรฐาน วสท. ที่กำหนดให้มีสายดินในระบบ

3. เลือกแรงดันพิกัดให้แมตช์กับระบบ

ตรวจสอบว่าแรงดันใช้งานไม่เกิน 750V ซึ่งโดยปกติไฟบ้าน (230V) และไฟโรงงาน (400V) สามารถใช้ VCT ได้ไม่มีปัญหา แต่ห้ามนำไปใช้กับระบบ High Voltage เด็ดขาด

4. สอดคล้องกับวิธีการติดตั้ง

หากต้องติดตั้งในจุดที่โดนแดดจัดตลอดเวลา หรือสัมผัสสารเคมี/น้ำมันรุนแรง ควรสอบถามผู้จำหน่ายว่าฉนวนของสายยี่ห้อนั้น ๆ มีคุณสมบัติ UV Resistance หรือ Oil Resistance หรือไม่ แม้พื้นฐาน VCT จะทนทาน แต่เกรดของ PVC ในแต่ละแบรนด์อาจแตกต่างกัน

5. เลือกแบรนด์และมาตรฐานที่เชื่อถือได้

ตลาดสายไฟปัจจุบันมีทั้งเกรดพรีเมียมและเกรดทั่วไป สาย VCT ที่ดี ตัวนำทองแดงต้องเต็มขนาด (ไม่ลดสเปก ต้นทุนของสายส่วนใหญ่คือทองแดง) เพื่อป้องกันปัญหาความร้อนสูงเกินจนสายละลาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของเพลิงไหม้ ดังนั้น การเลือกใช้สายจากผู้นำเข้าหรือผู้จัดจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยการันตีได้ว่าคุณได้รับสินค้าที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากลจริง

เลือกซื้อสาย VCT กับ NYX CABLE มั่นใจได้ในคุณภาพสินค้าและบริการ

หากคุณกำลังมองหาสายไฟที่ทั้งอ่อนตัวสูง ทนทาน และพร้อมรับมือสภาพใช้งานหนัก เช่น งานเครื่องจักร ระบบคอนโทรล ตู้ไฟฟ้า หรือการติดตั้งในโรงงานอุตสาหกรรม “สาย VCT / VCT-G” จาก NYX CABLE คือคำตอบที่ช่วยให้ระบบไฟฟ้าของคุณทำงานได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจในระยะยาว เราจัดจำหน่ายสาย VCT ครบทุกรุ่น ครบทุกขนาด ตั้งแต่ 1 แกนจนถึง 5 แกน รองรับแรงดัน 450/750 V และ 600/1000 V ตามมาตรฐานสากล พร้อมเอกสารทางเทคนิคครบถ้วน เพื่อให้คุณเลือกใช้ได้ตรงงาน ตั้งแต่ระบบโหลดทั่วไปจนถึงโหลดที่มีการสั่นสะเทือนสูง

NYX CABLE มีสต๊อกพร้อมส่ง และมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำในการออกแบบระบบสายไฟ เลือกสเปกให้เหมาะสม ลดปัญหา Over Spec/Under Spec เพื่อความคุ้มค่าและความปลอดภัยสูงสุด

สนใจสั่งซื้อหรือต้องการ Data Sheet ประกอบการตัดสินใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA: @nyxcable โทร: 02-111-5588

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสาย VCT (FAQs)

Q: สาย VCT ทนความร้อนได้กี่องศา ?

A: ตามมาตรฐาน มอก. 11-2559 สาย VCT ถูกกำหนดให้ทนอุณหภูมิที่ตัวนำขณะใช้งานปกติได้สูงสุด 70°C ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากมีการเดินสายรวมกลุ่มกันหนาแน่น จะส่งผลให้การระบายความร้อนลดลง ผู้ใช้งานควรเผื่อขนาดสายให้ใหญ่ขึ้น เพื่อป้องกันฉนวนเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร และในพื้นที่หน้างานมีอุณหภูมิแวดล้อมสูงมาก หรือโดนน้ำมัน ควรเปลี่ยนไปใช้สายที่ฉนวนทนความร้อนหรือน้ำมันแทน ตัวฉนวนจะไม่กรอบแตก มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวกว่า

Q: สาย VCT ต่างจากสาย NYY อย่างไร ?

A: ความแตกต่างหลักอยู่ที่ “ความยืดหยุ่น” และ “โครงสร้างตัวนำ”

สาย VCT : คือสายไฟที่ใช้ตัวนำทองแดงฝอยเส้นเล็ก ทำให้มีความอ่อนตัวสูง ดัดโค้งง่าย เหมาะกับงานที่ต้องเคลื่อนย้าย หรือเครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือน

สาย NYY : ใช้ตัวนำทองแดงตีเกลียวหยาบ หรือแกนเดี่ยว ซึ่งแข็งกว่ามาก เน้นความแข็งแรงเพื่อเดินเมนไฟฟ้า ติดตั้งถาวร หรือฝังดินโดยตรง เพราะเปลือกฉนวนออกแบบมาให้ทนสภาพแวดล้อมได้เข้มข้นกว่า แต่ไม่เหมาะกับการขยับไปมา

Q: สาย VCT สามารถนำมาทำปลั๊กพ่วงเองได้ไหม ?

A: ทำได้และดีมาก การใช้สาย VCT มาประกอบปลั๊กพ่วงเอง เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าปลั๊กพ่วงราคาถูกทั่วไป เพราะเราสามารถเลือกขนาดหน้าตัดสายทองแดงให้ใหญ่ (เช่น 1.5 หรือ 2.5 mm2) เพื่อรองรับกระแสไฟสูง ๆ ได้จริง เหมาะสำหรับงานช่าง งานเชื่อม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะ โดยสาย VCT มีความทนทานต่อการลากถูและการเหยียบย่ำได้ดีกว่าสายไฟทั่วไป

Q: ใช้สาย VCT กับระบบไฟ 3 เฟส (380V/400V) ในโรงงานได้หรือไม่ ?

A: ได้ สาย VCT มีพิกัดแรงดันใช้งานอยู่ที่ 450/750V ซึ่งครอบคลุมแรงดันไฟโรงงาน 380-400 V ได้อย่างปลอดภัย นิยมใช้เดินสายเข้ามอเตอร์ 3 เฟส ปั๊มน้ำ (ไม่แช่น้ำ) หรือเครื่องจักรที่ต้องการความยืดหยุ่นของสาย แต่ต้องตรวจสอบกระแสโหลด (Ampere) ให้ไม่เกินพิกัดที่ขนาดสายนั้น ๆ รับไหว

Q: สาย VCT ใช้งานกลางแจ้ง ตากแดดตากฝนได้นานแค่ไหน ?

A: สาย VCT ส่วนใหญ่มีเปลือกนอกเป็น PVC สีดำ ซึ่งมีคุณสมบัติทนต่อรังสี UV ได้ดีในระดับหนึ่ง จึงสามารถใช้งานกลางแจ้งได้ แต่หากเป็นการตากแดดจัดตลอดเวลาหลายปี พลาสติก PVC อาจเกิดการแข็งตัวและแตกลายงาได้ในระยะยาว หากติดตั้งถาวรภายนอกอาคาร แนะนำให้ร้อยท่อเพื่อยืดอายุการใช้งาน แต่หากเป็นการใช้งานชั่วคราวหรือกึ่งถาวร สาย VCT ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี

Q: มีวิธีเลือกขนาดสาย VCT (sq.mm.) ให้เหมาะกับมอเตอร์และเครื่องจักรอย่างไร ?

A: หลักการเบื้องต้นคือต้องดูทั้ง “พิกัดกระแส” และ “ระยะทาง” ควบคู่กัน

ลำดับแรก ให้คำนึงถึงความปลอดภัยด้วยการเผื่อค่าพิกัดกระแสสายไฟไว้อย่างน้อย 25% ของกระแสโหลดมอเตอร์ โดยใช้สูตร “กระแสโหลด (A) x 1.25” จะได้พิกัดกระแสขั้นต่ำที่สายไฟต้องรับไหว เพื่อรองรับช่วงสตาร์ตมอเตอร์และการใช้งานต่อเนื่อง

ลำดับถัดมาคือเรื่องแรงดันตก (Voltage Drop) หากหน้างานต้องลากสายยาวเกิน 30 เมตร แรงดันไฟฟ้าปลายทางอาจตกลงจนส่งผลต่อกำลังของมอเตอร์ แนะนำให้ขยับขนาดสายไฟขึ้น 1 เบอร์ทันที เพื่อให้ไฟไปเลี้ยงมอเตอร์ได้เต็มที่

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและนำไปเลือกใช้ได้ทันที สามารถดูขนาดสายที่เหมาะสมกับมอเตอร์แต่ละขนาดได้ตามตารางด้านล่างนี้

กำลังมอเตอร์(HP/แรงม้า)กำลังไฟฟ้า(kW)
กระแสโดยประมาณ(Amp)ขนาดสาย VCT ที่แนะนำ(sq.mm.)
10.751.5 – 21.0 – 1.5
21.53 – 3.51.5
32.24.5 – 51.5 – 2.5
53.77.5 – 82.5
7.55.511-ธ.ค.2.5 – 4
107.515 – 164
151121 – 236
201529 – 3210

Q: ราคาสาย VCT และ VCT-G อัปเดตล่าสุดปี 2026 อยู่ที่เท่าไร ?

A: เพื่อให้ผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อสามารถประเมินต้นทุนโครงการได้อย่างแม่นยำ NYX CABLE ได้รวบรวมราคาสาย VCT/VCT-G ฉบับอัปเดตปี 2026 พร้อมข้อมูลเทคนิคครบถ้วนทั้งขนาดและน้ำหนักไว้ในตารางด้านล่าง

ราคาสาย VCT 2026Number of coresNominal crossConductor type
InsulationSheathOverallConductor
ContinuousCable weightPrice Baht/m.(จำนวนแกน)
sectional area(mm2)(ประเภทตัวนำ)thickness (mm)
thickness (mm)diameter (mm)resistance (Ω/km)current rating (A)
(kg/km)(ราคา บาท/เมตร)21
Flexible0.81.29.6
19.51410037.86
21.5Flexible0.8
1.41113.316
13050.0422.5
Flexible0.81.412.5
7.982517080.43
24Flexible0.9
1.614.54.9530
230111.326
Flexible0.91.616
3.339320158.06
210Flexible1.1
1.8201.9151
500273.42216
Flexible1.12.223
1.2173700392
225Flexible1.3
2.427.50.7897
1000618.1235
Flexible1.32.631
0.5541401400819.14
31Flexible0.8
1.410.519.512
10051.3431.5
Flexible0.81.411.5
13.31513063.49
32.5Flexible0.8
1.4137.9820
170114.6634
Flexible0.91.615.5
4.9526230140.56
36Flexible0.9
1.817.53.334
320205.66310
Flexible1.1221.5
1.9147500358.82
316Flexible1.1
2.4251.2163
700530.6325
Flexible1.32.630
0.78831000799.4
335Flexible1.3
2.833.50.554102
14001,117.2041
Flexible0.81.610.5
19.51210063.97
41.5Flexible0.8
1.611.513.315
13082.1442.5
Flexible0.81.613
7.9820170128.09
44Flexible0.9
1.815.54.9526
230178.546
Flexible0.9217.5
3.334320267.68
410Flexible1.1
2.221.51.9147
500469.7416
Flexible1.12.625
1.2163700679.56
425Flexible1.3
2.8300.7883
10001,023.96435
Flexible1.33.133.5
0.55410214001,425.20
ราคาสาย VCT-G 2026Number of coresNominal crossConductor type
InsulationSheathOverallConductor
ContinuousCable weightPrice Baht/m.(จำนวนแกน)
sectional area(mm2)(ประเภทตัวนำ)thickness (mm)
thickness (mm)diameter (mm)resistance (Ω/km)current rating (A)
(kg/km)(ราคา บาท/เมตร)2+G1/1
Flexible0.81.210
19.5 / 19.51412051.34
2+G1.5/1.5Flexible0.8
1.41213.3 / 13.316
15063.492+G2.5/2.5
Flexible0.81.413
7.98 / 7.9825200114.66
2+G4/4Flexible0.9
1.615.54.95 / 4.9530
280140.562+G6/6
Flexible0.91.817.5
3.30 / 3.3039400205.66
2+G10/10Flexible1.1
221.51.91 / 1.9151
650358.822+G16/16
Flexible1.12.425
1.21 / 1.2173900530.6
2+G25/16Flexible1.3
2.628.50.780 / 1.2197
1200777.172+G35/16
Flexible1.32.831.5
0.554 / 1.2114015001078.46
3+G1/1Flexible0.8
1.411.519.5 / 19.512
15063.973+G1.5/1.5
Flexible0.81.412.5
13.3 / 13.31518082.14
3+G2.5/2.5Flexible0.8
1.4147.98 / 7.9820
240128.093+G4/4
Flexible0.91.817
4.95 / 4.9526360178.5
3+G6/6Flexible0.9
219.53.30 / 3.3034
500267.683+G10/10
Flexible1.12.224
1.91 / 1.9147850469.7
3+G16/16Flexible1.1
2.6281.21 / 1.2163
1200679.563+G25/16
Flexible1.32.833
0.780 / 1.218316001008.81
3+G35/16Flexible1.3
3.1370.554 / 1.21102
21001389.794+G1/1
Flexible0.81.613
19.5 / 19.51219093.52
4+G1.5/1.5Flexible0.8
1.61413.3 / 13.315
220116.024+G2.5/2.5
Flexible0.81.615.5
7.98 / 7.9820310169.06
4+G4/4Flexible0.9
1.818.54.95 / 4.9526
440247.724+G6/6
Flexible0.9221.5
3.30 / 3.3034600420.63
4+G10/10Flexible1.1
2.226.51.91 / 1.9147
10006374+G16/16
Flexible1.12.630.5
1.21 / 1.21631400903
4+G25/16Flexible1.3
2.836.50.780 / 1.2183
200013164+G35/16
Flexible1.33.141.5
0.554 / 1.2110226001841

Q: สาย VCT และ 60227 IEC 53 แตกต่างกันอย่างไร ?

A: สาย VCT และ 60227 IEC 53 ไม่เหมือนกัน 100% แม้หน้าตาภายนอกจะเป็นสายกลมสีดำ มีความอ่อนตัวเหมือนกัน แต่ “ไส้ใน” และ “ขีดจำกัดความปลอดภัย” นั้นต่างกัน

สาย VCT ที่แท้จริงในปัจจุบัน ต้องอ้างอิงมาตรฐาน มอก. 11-2559 เล่ม 101 ซึ่งเป็นมาตรฐานเฉพาะของประเทศไทย (Thai Local Standard)

จุดเด่น : ออกแบบมาให้ “อึด ถึก ทน” มากกว่าสาย IEC 53 สามารถรองรับแรงดันได้สูงถึง 750V ทำให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรม หรือโรงงานที่ไฟอาจมีการกระชาก

สิ่งที่ต้องระวัง : ถ้าหน้างานของคุณต้องมีการ “เดินร้อยท่อฝังดิน” หรือวางบนรางเคเบิลที่ต้องตากแดดตากฝนหนัก ๆ ต้องระบุซื้อ VCT เท่านั้น ห้ามใช้ IEC 53 แทนเด็ดขาด

สาย 60227 IEC 53 (สายอ่อนรุ่นเล็ก)

จุดเด่น : เป็นสายอ่อนที่มีขนาดกะทัดรัดกว่า ยืดหยุ่นดีมาก เหมาะสำหรับทำสายไฟเครื่องใช้ไฟฟ้า (Appliance Cord) เช่น พัดลม, หม้อหุงข้าว, คอมพิวเตอร์ หรือโคมไฟ

สิ่งที่ต้องระวัง : รับแรงดันได้แค่ 300/500V และฉนวนบางกว่า จึงไม่ทนต่อสภาพแวดล้อมโหดร้าย ห้ามนำไปฝังดินหรือตากแดดแรง ๆ เป็นเวลานาน เพราะฉนวนจะกรอบแตกได้ง่ายกว่า VCT

สรุป: ใช้แทนได้… แต่ต้องระวัง

ใช้แทนได้ : หากคุณใช้งานในร่ม ต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่ไม่กินไฟเยอะ และเดินสายลอย ไม่ได้ฝังดิน

ใช้แทนไม่ได้ : หากเป็นงาน Main Power, งานภายนอกอาคาร, งานที่ต้องร้อยท่อฝังดิน ต้องใช้ VCT เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

Q: มาตรฐาน มอก. 11-2553 เล่ม 101 และ มอก. 11-2559 เล่ม 101 ในสาย VCT แตกต่างกันอย่างไร ?

A: จุดเปลี่ยนสำคัญคือการ “ขยายขอบเขตให้สายขนาดเล็ก ทนแรงดันได้สูงขึ้น” อธิบายให้เห็นภาพคือในช่วงแรกของมาตรฐาน มอก. 11-2553 สายที่ระบุว่าเป็น VCT (ทนแรงดัน 450/750V) มักจะบังคับผลิตที่ขนาดใหญ่ตั้งแต่ 4 sq.mm. ขึ้นไป เท่านั้น ส่วนสายขนาดเล็ก (1 – 2.5 sq.mm.) จะถูกจัดไปอยู่ในกลุ่ม IEC 53 (มอก. เล่ม 5) ซึ่งเปลือกบางกว่าและรับแรงดันได้เพียง 300/500V

แต่ในมาตรฐานฉบับปรับปรุง (2559) ได้เปิดช่องให้ผู้ผลิตสามารถทำสาย VCT ขนาดเล็ก (ตั้งแต่ 1 sq.mm.) ให้มีสเปก ทนแรงดัน 450/750V และมีเปลือกฉนวนที่หนาขึ้นได้ตามมาตรฐาน VCT แท้ ๆ ทำให้ปัจจุบันสามารถหาซื้อสายเบอร์เล็ก (เช่น 2×1.5 หรือ 2×2.5) ที่มีความ “ถึกและทน” รองรับงานหนักในโรงงานได้ดีกว่าสาย IEC 53 แบบเดิม

แชร์บทความ:FacebookLINE
Call หาเราทันทีClick เลย !!!LINE ปรึกษาฟรีClick เลย !!!Email สอบถามClick เลย !!!